(07/08/02)

 


ปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ปุถุชนอย่างเราๆนอกจากจะมีที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และอาหารแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยก็คือ
"ยา" นั่นเอง

คงไม่มีใครปฎิเสธว่าไม่เคยทานยากันใช่ไหมคะ? อาการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆบางอย่างเราก็สามารถซื้อหายามารับประทานเองได้ ดังนั้นถึงแม้จะไม่ได้ร่ำเรียนวิชาทางการแพทย์มาแต่ก็จำเป็นที่เราจะ ต้องหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเลือกซื้อยาใส่ตัวไว้บ้าง เพราะการรับประทานยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ทานผิดขนานหรือผิดขนาด ล้วนมีผลต่อร่างกายทั้งสิ้นค่ะ เราจึงอยากนำเสนอ วิธีการเลือกซื้อยาที่ถูกต้อง เพื่อนำมาบริโภคแก่คุณๆเพื่อให้ได้ยาที่ปลอดภัยในการใช้ ทั้งนี้เราสามารถพิจารณาได้จากองค์ประกอบต่างๆดังนี้ค่ะ

1. การเลือกซื้อยาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
แหล่งขายยาที่น่าเชื่อถือได้แก่ร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย หรือจากผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยสามารถสังเกตได้จากป้ายสถานที่ประกอบการด้านยาหรือใบอนุญาตที่แสดงให้เห็นในสถานที่ประกอบการนั้นๆ ในการซื้อยาจากร้านแผงลอยที่ไม่มีใบอนุญาต มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับยาที่ไม่มีคุณภาพยาลักลอบนำเข้าซึ่งไม่อาจรับรองความปลอดภัยผู้ที่บริโภคอาจได้รับสารสเตียรอยด์ซึ่งเป็นสารที่อันตรายผสมอยู่ในยาที่ซื้อมาบริโภคโดยไม่รู้ตัว

2. การดูฉลากและเอกสารกำกับยา
ตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน ต้องจัดให้มีฉลาก ตามที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้ ปิดไว้ที่ภาชนะและหีบห่อบรรจุยาหรือฉลากและเอกสารกำกับยา โดยแสดงรายละเอียดดังนี้

1. ชื่อยา (ยี่ห้อ)
2. เลขทะเบียนตำรับยา มักจะมีคำว่า Reg.No หรือเลขทะเบียนที่ หรือทะเบียนยา สำหรับเลขทะเบียนยานี้เป็นสิ่ง
บ่งบอกว่ายานั้นได้ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ไม่ได้ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ
3. ปริมาณหรือขนาดบรรจุของยา เช่น ยาเม็ด จะต้องแจ้งขนาดบรรจุไว้ในฉลากด้วยว่า ยานั้นบรรจุกี่เม็ด
4. เลขที่ หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตหรือวิเคราะห์ ซึ่งมักใช้คำย่อยเป็นภาษาอังกฤษ เช่น Lot No., Cont.No.,Batch No. หรือ L , C , L/C , B/C แล้วตามด้วยเลขแสดงครั้งที่ผลิต
5. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ยาที่ผลิตในประเทศต้องมีชื่อผู้ผลิตจังหวัดที่ตั้งสถานที่ผลิตยาด้วย ในกรณีเป็นยาที่ผลิตในต่างประเทศนำหรือสั่งเข้ามาต้องมีชื่อเมืองและประเทศที่ตั้งสถานที่ผลิตยาพร้อมทั้งชื่อของผู้นำหรือสั่งเข้ามาและจังหวัดที่ตั้งสถานที่นำ/สั่งยานั้น ๆ
6. วันเดือนปีที่ผลิตยา มักมีคำย่อภาษาอังกฤษ Mfd. หรือ Mfg date. แล้วตามด้วย วันเดือนปีที่ผลิต หากยานั้ผลิตมานานเกิน 5 ปี ก็ไม่ควรนำมารับประทาน ส่วนยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ จะมีการระบุวันที่หมดอายุ โดยมีคำย่อ ว่า Exp.Date ซึ่งย่อมาจาก Expiration Date แล้วตามด้วยวันเดือนปีที่ยานั้นหมดอายุ โดยใช้คำว่า use before
7. คำว่า "ยาอันตราย" "ยาควบคุมพิเศษ" "ยาใช้เฉพาะที่" หรือ "ยาใช้ภายนอก" แล้วแต่กรณี ว่ายานั้นเป็นยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ ยาใช้เฉพาะที่ หรือยาใช้ภายนอก ซึ่งจะเขียนด้วยอักษรสีแดงอ่านได้ชัดเจน
8. วิธีใช้และคำเตือน การจัดให้มีคำเตือนไว้บนฉลากและเอกสารกำกับยานั้น ใช้สำหรับยาที่รัฐมนตรีประกาศ หรือในกรณีที่กฎหมายบังคับ


รายละเอียดต่างๆเหล่าวนี้หลักการเบื้องต้นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ในการซื้อยามารับประทานเอง อย่างไรก็ตามหากพบความผิดปรกติจากการรับประทานยาเอง หรือทานยาแล้วไม่สามาถรักษาอาการที่เกิดขึ้นได้ก็ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์จะดีที่สุดค่ะ

ขอขอบคุณ ข้อมูลประกอบจาก : Thai Drug Control Center

 




  เมื่อต้องเดินทาง
<