(08/07/02)

 

คุณดูแล "หัวใจ" ดีพอรึเปล่า? ถ้ายังก็เริ่มต้นได้ง่ายๆด้วยการออกกำลังกาย อย่างที่ถูกต้องเหมาะสม แล้วอย่างไหนที่ว่าถูกต้อง...วันนี้ scoop ของเรามีคำตอบค่ะ

ที่ผ่านมาเราได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกับโรคอันไม่ปรารถนาต่างๆมาก็มาก คราวนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาฟังเรื่องราวของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกันบ้างดีกว่านะคะ การออกกำลังกายทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง แล้วมีใครทราบไหมคะว่ามีวิธีการออกกำลังกายอย่างไรให้หัวใจของเราแข็งแรงได้บ้าง? ไม่ต้องคิดนานเพราะเราขอเฉลยให้ทราบเลยค่ะว่า วิธีการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจได้สูงสุด ก็คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic exercise) นั่นเอง

การออกกำลังกายแบบแอโรบิก คือการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ในร่างกายหลายๆมัดอย่างต่อเนื่องกัน
เป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะมีผลให้ร่างกายใช้ออกซิเจนไปเผาผลาญอาหารในร่างกาย และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ
และปอดดีขึ้น ซึ่งการออกกำลังในลักษณะนี้มีหลักการง่ายๆดังนี้ค่ะ
1.ออกกำลังของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆทั่วร่างกาย เช่น เดินเร็วๆ วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือเต้น แอโรบิก
2.ระยะเวลาในการออกกำลังกาย ในแต่ละครั้งไม่ควรน้อยกว่า 20-30 นาที
3.ควรทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
4.สำคัญที่สุดคือระหว่างการออกกำลังกาย ต้องให้หัวใจหรือชีพจร เต้นอยู่ในช่วงชีพจรเป้าหมาย(Target heart rate) ซึ่งสามารถคำนวณได้จากสูตร
ชีพจรสูงสุด(Maximum heart rate) = 220- อายุ(เป็นปี)
ชีพจรเป้าหมาย(Target heart rate)= 60%-70% ของชีพจรสูงสุด

วิธีการจับชีพจรนั้นทางที่ดีที่สุดคือ การใช้อุปกรณ์การจับชีพจรซึ่งมีให้เลือกหลายรูปแบบแล้วแต่ความเหมาะสม โดยการออกกำลังกายนั้นไม่ควรจะหักโหมจนชีพจรเต้นเร็วเกินชีพจรสูงสุดเพราะจะเป็นอันตรายกับหัวใจได้ค่ะ ที่นี้ลองมาดู ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบแอโรบิก กันบ้างนะคะ1. ทำให้สมรรถภาพการทำงานของหัวใจและปอดดีขึ้น
2. ช่วยลดไขมันในร่างกาย สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายแบบนี้สามารถทำให้น้ำหนักลดได้
แต่ต้องทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร
3. ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน คลอเรสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์สูง การออกกำลังกายแบบนี้สามารถทำให้ระดับน้ำตาล และไขมันในเลือดลดลงได้ด้วย
4. ทำให้จิตใจสดชื่นเบิกบาน

การออกกำลังกายทุกรูปแบบล้วนมีประโยชน์กับร่างกายทั้งสิ้น แต่ก็มี ข้อจำกัดที่ควรระวัง ดังนี้ค่ะ
1. ค่อยๆออกกำลังกายจากเบาๆและเพิ่มความหนักขึ้น และเริ่มจากระยะเวลาสั้นๆก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มระยะเวลา
ในการออกกำลังกายให้ถึง20-30 นาที
2. ต้องมีการอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลัง เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมก่อน รวมทั้งเมื่อจะเลิกออกกำลังกาย ต้องค่อยๆผ่อนให้เบาและช้าลงไม่หยุดทันทีทันใด
3. ไม่ควรออกกำลังกายหลังจากรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ ควรออกกำลังกายหลังจากรับประทานอาหารแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
4. ควรออกกำลังกายในสภาพอากาศที่เหมาะสมไม่เย็นหรือร้อนเกินไป และควรเป็นที่ๆมีอากาศถ่ายเทดี
5. ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนนะคะ

ขอขอบคุณ ข้อมูลประกอบจาก : ไทยคลินิคดอทคอม

 




  เมื่อต้องเดินทาง