(26/03/02)
 |
|
|

|
โอย..ทั้งเจ็บ ทั้งเขียว อาการ "ฟกช้ำ"
เกิดขึ้นได้ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แม้จะไม่ใช่อาการหนักแต่ก็ประมาท
ไม่ได้เชียวนะคะ |
|
คุณที่มักจะมีกิจกรรมโลดโผนนอกบ้าน อาจคุ้นเคยกับอาการฟกช้ำดำเขียวตามส่วนต่างๆของร่างกายเป็นอย่างดี
อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายของเราได้รับการกระทบกระเทือน เช่นถูกของแข็งกระแทกหรือถูกชน
ถูกต่อย หรือหกล้ม ทำให้มีเลือดออกในชั้นใต้ผิวหนัง อาการที่ปรากฎจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่ความแรงที่มากระทบ
ในกรณีผู้สูงอายุถึงแม้แรงกระแทกจะไม่มาก แต่เนื้อเยื่อและเส้นเลือดภายในร่างกายคนสูงอายุจะค่อนข้างเปราะบาง
จึงจะเกิดการฟกช้ำได้ง่าย และในบางรายหากไม่ได้รับการรักษาเบื้องต้นอย่างถูกต้องหลังจากถูกกระแทก
ก็จะเกิดการบวมมากอย่างเห็นได้ชัดค่ะ โดยปกติแล้วภาวะฟกช้ำจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน
10 - 14 วัน แต่ถ้าไม่หาย ก็ไม่ควรทำใจเย็นแล้วนะคะ เพราะบางครั้งหากมีการฟกช้ำมาก
ๆ จะมีเลือดที่ออกมาใต้ผิวหนังสะสมอยู่ โดยที่ร่างกายไม่สามารถจะดูดซึมกลับได้หมด
ขอแนะนำให้รีบไปพบแพทย์จะดีที่สุดค่ะ
สำหรับการรักษาเบื้องต้นของอาการบวม
ฟกช้ำ ก็ให้ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งมาประคบเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดการฟกช้ำบริเวณศีรษะและใบหน้า
ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อคลุมมาก ให้ใช้ผ้าที่เตรียมไว้กดบริเวณนั้นประมาณ
5 - 10 นาที หรือจะใช้ผ้าธรรมดาม้วนให้หนาพอกดบริเวณฟกช้ำเอาไว้ เพื่อให้อาการบวมจากเลือดออกใต้ผิวหนังมีน้อยที่สุดก็ได้
วิธีนี้จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาโดยการใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาอาการฟกช้ำ
หรืออักเสบ เช่น ไพล เพกา ว่านหางจระเข้ (ส่วนที่เป็นวุ้น) หรือทิงเจอร์พริก
(Tincture Capsicum) หรือถ้าใครจะใช้ยาแผนปัจจุบันที่ผลิตขึ้นเพื่อรักษาและบรรเทาอาการการรักษาอาการบวม
ฟกช้ำ เบื้องต้น ก็ได้ เพราะหาง่ายและสะดวกอีกด้วยค่ะ